<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://acr.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://acr.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดอำนาจ]]></title>
<link>https://acr.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/5056</link>
<guid isPermaLink="false">c6c89df3c5b406b97fc3002acbb9d155</guid>
<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 22:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;"><strong>วัดอำนาจ&nbsp;</strong></span></p>

<p>พระเจ้าใหญ่ลือชัย หรือ พระฤทธิลือชัย ประดิษฐานอยู่ในโบสถวัดอำนาจ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูนและลงรักปิดทอง มีพุทธลักษณะแบบศิลปะล้านช้าง สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2398-2404 ด้วยแต่เดิมบริเวณวัดอำนาจ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ลือชัยนั้น มีลักษณะเป็นชุมชนเก่าแก่ และเป็นที่ตั้งเมืองอำนาจเจริญมาก่อน จึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์ของพระเจ้าใหญ่ลือชัยมากมาย จากผู้คนที่มากราบไหว้บูชาแล้วประสบความเจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียงเลื่องลือ โดยตามความเชื่อและศรัทธาเล่าลือกันว่า ใครที่ได้มากราบไหว้ขอพรจะได้รับความสำเร็จ ได้รับชัยชนะจากศัตรูหมู่มาร มีอำนาจบารมีเป็นที่ยำเกรง ชีวิตผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคนานาประการได้อย่างน่าอัศจรรย์</p>

<p><strong>ที่อยู่</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>54 หมู่ 4 บ้านอำนาจ กิ่งอำเภอลืออำนาจ, อำนาจเจริญ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://acr.onab.go.th/th/file/get/file/2021041210bd3792c199bc242300eda04c74c684220729.jpg' type='image/jpg' length='12926' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำราญนิเวศ]]></title>
<link>https://acr.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/5053</link>
<guid isPermaLink="false">0f745a38435bd3635092044d768fb635</guid>
<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 21:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/ดาวน์โหลด_1_.jpg" style="width: 275px; height: 183px;" /><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/ดาวน์โหลด_3_.jpg" style="width: 275px; height: 183px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://acr.onab.go.th/th/file/get/file/20210412d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e215916.jpg' type='image/jpg' length='13017' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระเหลาเทพนิมิตร]]></title>
<link>https://acr.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/5051</link>
<guid isPermaLink="false">a377cf7a6430621235046f2f44cbcef8</guid>
<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 21:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/n20120112122307_5858.jpg" style="width: 213px; height: 236px;" /><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/n20120112122229_5856.jpg" style="width: 700px; height: 466px;" /><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/n20120112103925_5860.jpg" style="width: 511px; height: 768px;" /><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/n20120112103832_5861.jpg" style="width: 800px; height: 532px;" /><img alt="" src="https://acr.onab.go.th/cms/s75/u205/n20120112103504_5859.jpg" style="width: 700px; height: 472px;" /></p>

<p>&quot;พระเหลาเทพนิมิต&rdquo; เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิราบ มีขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๘๕ เมตร สูง ๒.๗๐ เมตร ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอำนาจเจริญ ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ภายในพระอุโบสถ วัดพระเหลาเทพนิมิต ต.พนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ตามประวัติ บรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมืองบ้านพนา ได้พากันอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณดงสูง ริมกุดบึงใหญ่ หรือกุดพระเหลาในปัจจุบัน &quot;พระครูธิ&rdquo; พระที่ชาวบ้านให้การเคารพนับถือ ได้ชักชวนให้ร่วมกันสร้างวัดบริเวณริมกุดบึงใหญ่ และให้ชื่อวัดแห่งนี้ว่า &quot;วัดศรีโพธิชยารามคามวดี&rdquo; โดยมีพระครูธิ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก หลังสร้างวัดเสร็จในปี</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พ.ศ.๒๒๖๓ พระครูธิได้นำศิษย์และญาติโยม เริ่มก่อสร้างพระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ โดยตัวพระอุโบสถมีขนาดกว้าง ๙.๘๐ เมตร ยาว ๑๕.๕๐ เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ฐานพระอุโบสถและผนังก่อด้วยอิฐ โครงหลังคาเป็นไม้เนื้อแข็งลดหลั่น ๒ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องไม้ พ.ศ.๒๕๑๕ ได้เปลี่ยนเป็นหลังคากระเบื้อง เพราะของเดิมทรุดโทรมมาก หน้าบันไดด้านตะวันออกทำด้วยไม้สลักลวดลายต่างๆ ห้องกลางมีลายเถาว์ไม้เต็มห้อง ตรงกลางเป็นรูปราหูกลืนจันทร์ ระหว่างเถาว์ไม้ยังมีรูปเทพนม และรูปหนุมานสลับเป็นช่อง ลวดลายทั้งหมดทำด้วยปูนเพชรแกะสลักอย่างประณีต ไม่ได้สลักลงในเนื้อไม้ พร้อมลงรักปิดทองฝังกระจกทั้งหมด</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภายในตัวพระอุโบสถยังใช้ไม้เนื้อแข็งทรงกลมทำเป็นเสา ขนาดวัดรอบ ๗๖ เซนติเมตร จำนวน ๘ ต้น ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๔ ได้มีการเปลี่ยนเสาไม้เป็นเสาอิฐถือปูนรูป ๔ เหลี่ยม และปี พ.ศ.๒๔๗๑ ท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบล (บุดรอด นนฺตโร) เจ้าคณะจังหวัดกิตติมศักดิ์ จังหวัดอุบลราชธานี ได้เขียนลายเถาว์ด้วยสีต่างๆ รอบเสา ๔ ต้น ที่อยู่ในห้องพระประธาน ส่วนเพดานติดดาวกระจายปิดทองประดับกระจก ๔๔ ดวง โดยพื้นเพดานเป็นสี แดงดูอร่ามตา ส่วนพื้นอุโบสถทำเป็นกระเบื้องซีเมนต์</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังสร้างพระอุโบสถเสร็จ พระครูธิได้นำคณะลูกศิษย์ สร้างองค์พระประธานประจำพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดสูง ๒.๗๐ เมตร หน้าตักกว้าง ๒.๘๕ เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง แท่นพระประธานก่อด้วยอิฐถือปูน มีชายผ้านิสีทะนะเหลื่อมพ้นออกมา ตรงกลางผ้ามีรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยท่านพระครูธิเป็นผู้ออกแบบเอง และมอบหมายให้ภิกษุแก้วกับภิกษุอิน ลูกศิษย์เป็นช่างทำการก่อสร้างโดยพระครูธิ อธิบายวิธีทำให้ลูกศิษย์ทำเป็นวันละส่วน วันละตอน หลังลูกศิษย์ทำงานเสร็จก็ให้มารายงานผลการสร้างให้ทราบทุกวัน โดยท่านพระครูธิไม่ได้ลงไปดูแลด้วยเอง</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กระทั่งถึงขั้นตอนขัดเงาลงรักปิดทอง ท่านจึงลงไปดูและถามลูกศิษย์ที่เป็นช่างว่า &quot;ทำงานได้เต็มฝีมือแล้วหรือ&rdquo; เหล่าช่างก็ตอบว่าได้ทำเต็มฝีมือแล้ว แต่เมื่อพระครูธิ เห็นองค์พระประธานที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์พากันทำมา จึงเอ่ยว่าทำงานได้งามอยู่หรอก แต่ต้องให้งามกว่านี้ บรรดาลูกศิษย์ที่เป็นช่างยอมรับว่าหมดฝีมือที่จะทำแล้ว คงไม่สามารถทำให้พระประธานงามได้มากกว่านี้</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขณะเดียวกัน มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ &quot;ซาพรหม&rdquo; ซึ่งอยู่ในทีมช่างที่ก่อสร้างองค์พระ ได้แสดงตนว่า สามารถทำให้องค์พระงามกว่านี้ได้ พระครูธิจึงมอบหมายให้พระซาพรหมเป็นผู้แก้ไข และพระซาพรหมก็ทำองค์พระพุทธรูปได้สวยงามสมคำพูด โดยเฉพาะใบหน้าองค์พระประธานมีลักษณะงดงามสมส่วนทุกประการ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กล่าวกันว่า &lsquo;พระเหลาเทพนิมิต&rsquo; เป็นพระพุทธรูป ที่มีพระพุทธลักษณะงดงามที่สุดในภาคอีสาน ตามแบบฉบับศิลปะลาว สกุลช่างเวียงจันทร์ ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะช่างล้านนาและมีฝีมือช่างท้องถิ่นปรากฏอยู่มาก เช่น เค้าพระพักตร์ เปลวรัศมีที่ยืดสูงขึ้น สัดส่วนของพระเพลาและพระบาท คล้ายคลึงกับองค์พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๕</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากลักษณะขององค์พระพุทธรูปที่งดงาม เวลาเข้าไปกราบนมัสการจะเหมือนท่านยิ้มต้อนรับ คนทั่วไปจึงตั้งชื่อให้ท่านว่า &quot;พระเหลา&rdquo; ที่มีความหมายว่า &quot;งดงามคล้ายเหลาด้วยมือ&rdquo; ต่อมา วัดศรีโพธิชยารามคามวดี ที่ใช้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระเหลา ได้เปลี่ยนชื่อเรียกตามความนิยมในตัวองค์พระเป็นวัดพระเหลา หมู่บ้านที่ตั้งได้เปลี่ยนชื่อตามเป็นบ้านพระเหลาด้วยจนถึง พ.ศ.๒๔๔๑ ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดอุบลราชธานี และภาคอีสาน ได้เสริมนามต่อท้ายให้กับองค์พระเป็น &quot;พระเหลาเทพนิมิต&rdquo; ซึ่งมีความหมายว่า &quot;พระพุทธรูปที่งามคล้ายเหล่าดุจเทวดานิมิตไว้&rdquo; สำหรับพระเหลาเทพนิมิต นอกจากจะมีความงดงามตามพุทธศิลปะแล้ว มีคำเล่าลือกันว่า ทุกคืนวันพระ ๗ ค่ำ, ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ, ๑๕ ค่ำ องค์พระพุทธรูปพระเหลาเทพนิมิต จะแสดงพุทธานุภาพให้เกิด ลำแสงสีเขียวแกมขาวขจีลอยออกจากพระอุโบสถในเวลาเงียบสงัดทั้งนี้ การเข้ากราบนมัสการพระเหลาเทพนิมิต ผู้ต้องการบนบานขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะคนที่ไม่มีบุตร มีการกล่าวกันว่า เมื่อมาบนบานขอจากพระเหลาเทพนิมิตแล้ว จะประสบความ สำเร็จสมดังที่ตั้งใจ ส่วนสิ่งของที่ใช้บนบานสานกล่าวก็คือ ดอกไม้ธูปเทียน และปราสาทผึ้ง</p>

<p>ส่วนวัดพระเหลาเทพนิมิต ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอพนาเพียง ๒ กิโลเมตร มีเส้นทางคมนาคมสะดวก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://acr.onab.go.th/th/file/get/file/20210412d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e220351.jpg' type='image/jpg' length='10690' />
</item>
</channel>
</rss>
